yuzu-blog-thumbnail

Caviar: The Black Pearl of the Ocean

สัมผัสไข่มุกดำแห่งท้องทะเล ผ่านมิติแห่งรสชาติที่ Yuzu O… Continue reading Caviar: The Black Pearl of the Ocean

Ingredients 2026 ม.ค. 22

สัมผัสไข่มุกดำแห่งท้องทะเล ผ่านมิติแห่งรสชาติที่ Yuzu Omakase

หากจะกล่าวถึง “ราชาแห่งวัตถุดิบ” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและได้รับความนิยมระดับโลก คงไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ ‘คาเวียร์’ (Caviar) แต่น้อยคนจะรู้ว่า เม็ดกลมสีดำขลับที่ส่องประกายราวไข่มุก เก็บซ่อนเรื่องราวและรสชาติที่ซับซ้อนจนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ไข่ปลาคาเวียร์คืออะไร ทำมาจากอะไร รสชาติเป็นอย่างไร และทำไมถึงแพง Yuzu Omakase จะพาคุณไปทำความรู้จักกับคาเวียร์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่ต้นกำเนิดไปจนถึงเหตุผลที่ทำให้มันกลายเป็นเมนูสุดพิเศษในคอร์สโอมากาเสะของเรา

ไข่ปลาคาเวียร์ คืออะไร

คาเวียร์ (Caviar) คือไข่ปลาสเตอร์เจียน (Sturgeon) ที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารและปรุงด้วยเกลือย่างพิถีพิถัน อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 โปรตีนคุณภาพสูง และวิตามินที่ช่วยบำรุงหัวใจและสมอง ด้วยความที่ปลาสเตอร์เจียนนั้นเติบโตช้า มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ ทำให้คาเวียร์เป็นวัตถุดิบหายากและราคาแพง ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเวลา ธรรมชาติ และความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

คาเวียร์ ทำมาจากอะไร

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า คาเวียร์มาจากไข่ปลาสเตอร์เจียน ซึ่งมีถิ่นกำเนิดแถบทะเลดำและทะเลแคสเปียน ทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น เบลูกา (Beluga), ออสเซตรา (Osetra) เซฟรูกา (Sevruga) และ คาลูกา (Kaluga) คาเวียร์แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของขนาด สี รสชาติ และราคา 

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของไข่ปลาคาเวียร์แต่ละชนิด

สายพันธุ์ขนาดเม็ดสีรสชาติราคา 
Belugaใหญ่ที่สุดเทาเงิน-ดำครีมมี รสละมุนนุ่มแพงที่สุด หายากมาก
Osetraกลางทอง-น้ำตาลเข้มถั่ว วอลนัท เข้มข้นราคาแพงรองจาก Beluga
Sevrugaเล็กเทา-ดำกรอบ เค็ม เข้มข้นราคาย่อมเยากว่า 
Kalugaใหญ่น้ำตาลทองคล้าย Beluga แต่เข้มข้นกว่าราคาแพง เป็นที่นิยม

** Did you know: Beluga เป็น ‘ราชินีแห่งคาเวียร์’ เพราะเม็ดใหญ่และละเอียดอ่อน ขณะที่ Osetra ได้รับความนิยมจากรสชาติสมดุล ส่วน Sevruga ให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบและราคาย่อมเยากว่า และ Kaluga พบมากในลุ่มแม่น้ำอามูร์ (Amur River) บริเวณพรมแดนระหว่างรัสเซียและจีน ราคาย่อมเยากว่า Beluga เล็กน้อย จึงได้รับความนิยมในร้านอาหารระดับ Fine Dining มากที่สุด

ประวัติศาสตร์ ‘คาเวียร์’

คาเวียร์มีต้นกำเนิดจากคำในภาษาเปอร์เซียที่ว่า ‘Khav-yar’ แปลว่า ‘เค้กแห่งพลัง’ เนื่องจากชาวเปอร์เซียเชื่อว่า จัดเป็นยาบำรุงกำลังจัดชั้นเลิศ ทั้งยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคสมัยเปอร์เซียและกรีกโบราณ ก่อนจะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราในราชสำนักรัสเซียมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียที่ทำให้คาเวียร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจมาจนถึงปัจจุบัน

คาเวียร์ รสชาติอย่างไร

คาเวียร์คุณภาพสูงจะให้ “รสสัมผัสแห่งท้องทะเล” ที่สะอาด เมื่อเม็ดไข่แตกตัวในปากคุณจะสัมผัสได้ถึงความมัน (Buttery) ความครีมมีละมุนลิ้น และกลิ่นหอมคล้ายถั่ว (Nutty) ในลำคอ เป็นความกลมกล่อมที่หาวัตถุดิบอื่นมาทดแทนได้ยาก คาเวียร์ที่ดีจะต้องไม่มีกลิ่นคาวจัด แต่จะมีกลิ่นปลาจาง ๆ ที่สะอาด (Clean finish) หากมีกลิ่นคาวรุนแรงแสดงว่าอาจจะไม่สดหรือคุณภาพต่ำ

เคล็ดลับการชิมคาเวียร์

นักชิมระดับโลกมักมีพิธีการและเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตักคาเวียร์วางบนหลังมือ (ตรงง่ามนิ้วโป้งกับนิ้วชี้) ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 วินาที อุณหภูมิจากร่างกายจะค่อย ๆ อุ่นไข่ปลาขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้กลิ่นหอม (Aroma) กระจายตัวได้ดีขึ้น หรือรับประทานเปล่า ๆ กับช้อนมุก โดยคาเวียร์ต้องเสิร์ฟแบบเย็นจัด แต่ไม่แช่แข็ง จับคู่กับไวน์ชาโดนี (Chardonnay) หรือวอดก้า (Vodkas) ช่วยเสริมรสชาติ 

** Did you know: หลีกเลี่ยงช้อนเงินหรือสแตนเลส เพราะโลหะจะทำปฏิกิริยากับไข่ปลา (Oxidation) ทำให้รสชาติเปลี่ยนเป็นรสสนิมเหล็กและเสียของ ควรใช้ช้อนที่ทำจากเปลือกหอยมุก ไม้ แก้ว หรือเขาสัตว์ เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติที่ไม่ส่งผลต่อรสชาติ

คาเวียร์ที่แพงที่สุดในโลก

Almas Caviar จัดเป็นคาเวียร์ที่แพงที่สุดในโลกตลอดกาล โดยคำว่า ‘Almas’ ในภาษาเปอร์เซียแปลว่า ‘เพชร’ สะท้อนถึงทั้งความหายากและราคาที่สูงลิ่วได้อย่างดีเยี่ยม คาเวียร์ชนิดนี้มาจากปลาสเตอร์เจียนเบลูกาสายพันธุ์ Huso huso ที่มีภาวะเผือก (Albino) ซึ่งพบได้เฉพาะในทะเลแคสเปียน โดยเฉพาะในเขตน้ำบริสุทธิ์ของประเทศอิหร่าน เม็ดไข่จะมีสีขาวสว่างไปจนถึงสีทองอ่อน เม็ดใหญ่ นุ่มนวล และให้รสชาติที่ซับซ้อน มีความมันแบบครีมมีและกลิ่นถั่วที่ชัดเจน ราคาอาจสูงถึง 850,000 - 1,200,000 บาทต่อกิโลกรัม และเคยทำสถิติการประมูลถึงกิโลกรัมละกว่า 1.5 - 2 ล้านบาท 

The Black Pearl of Yuzu: เมื่ออัญมณีแห่งท้องทะเล สัมผัสความสดชื่นระดับพรีเมียม

ในร้านโอมากาเสะระดับพรีเมียม เชฟมักจะนำคาเวียร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเมนูเพื่อยกระดับรสชาติ และมักจะใช้เป็น accent of luxury เพิ่มมิติรสอูมามิและความเค็มละเมียด จับคู่ได้งดงามกับสาเกสไตล์ Junmai Daiginjo หรือสาเกที่มีความใส สะอาด และกรดนุ่ม ช่วยขับรสของคาเวียร์ให้เด่นโดยไม่กลบความละเอียดของคำอาหาร เช่น

  • ท็อปบนอูนิ (Uni): ความเค็มของคาเวียร์จะตัดกับความหวานมันของไข่หอยเม่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • คู่กับชูโทโร่ (Chutoro): ไขมันปลาทูน่าที่ละลายในปาก เข้ากันได้ดีกับความมันครีมมี่ของคาเวียร์
  • ใส่ในไข่ตุ๋น (Chawanmushi): เพื่อเพิ่มรสสัมผัส (Texture) และความเค็มตามธรรมชาติให้กับจานร้อน

Yuzu Omakase เชื่อว่า คาเวียร์ คือศิลปะที่ต้องใช้ความประณีตในการนำเสนอให้กับลูกค้าของเรา เมนูพิเศษที่มีคาเวียร์จึงไม่ใช่แค่การวางลงบนคำอาหาร แต่คือการรังสรรค์ The Perfect Balance ระหว่างความเค็มมันอันเป็นเอกลักษณ์ และความหอมสดชื่นจากส้มยูซุที่เป็นหัวใจหลักของร้าน เพื่อให้เมนูคาเวียร์ของ Yuzu Omakase ดึงความสดชื่นของคาเวียร์ออกมาได้อย่างสูงสุด

เพราะ Yuzu Omakase ให้ความสำคัญกับ Temperature & Texture คาเวียร์ทุกเม็ดจะได้รับการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่แม่นยำที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกครั้งที่สัมผัสลิ้นคุณจะได้รสชาติที่บริสุทธิ์และหรูหราที่สุด สมกับเป็นเมนูพิเศษประจำฤดูกาลของเรา หากอยากลิ้มลองเมนูจาก ‘คาเวียร์’ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  063 898 8989 

เเชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เเชร์