yuzu-blog-thumbnail

ปลาอามาได (Amadai) คืออะไร ปลาเนื้อขาวญี่ปุ่นที่หายาก

ปลาอามาได (Amadai 甘鯛) คือปลาไทล์ฟิชญี่ปุ่นในวงศ์ Malaca… Continue reading ปลาอามาได (Amadai) คืออะไร ปลาเนื้อขาวญี่ปุ่นที่หายาก

Uncategorized @th ● 2026 ต.ค. 18

ปลาอามาได (Amadai 甘鯛) คือปลาไทล์ฟิชญี่ปุ่นในวงศ์ Malacanthidae ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคืออากะอามาได (Aka Amadai アカアマダイ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Branchiostegus japonicus หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Horsehead tilefish

ปลาอามาไดกับปลามาได (Madai 真鯛) เป็นปลาคนละชนิดกัน อามาไดเป็นปลาเนื้อขาวที่อาศัยอยู่ในโพรงใต้พื้นทรายของทะเลลึก ส่วนมาไดคือปลากะพงแดงญี่ปุ่นในวงศ์ Sparidae

ปลาอามาไดหายากเพราะอยู่ในโพรงใต้ทะเลลึก จับได้ด้วยเบ็ดราวและอวนลากเท่านั้น เนื้อนุ่มฉ่ำที่เสียความสดเร็ว และชนิดที่ญี่ปุ่นถือว่าอร่อยที่สุดอย่างชิโระอามาได ก็เป็นชนิดที่หายากที่สุดด้วย


ปลาบางชนิดได้รับการยกย่องเพราะกินดิบได้งดงามที่สุด แต่ปลาอามาไดได้รับการยกย่องด้วยเหตุผลที่กลับกัน ในญี่ปุ่น ปลาชนิดนี้ถูกนับเป็นวัตถุดิบชั้นสูง ทั้งที่แทบไม่มีใครเสิร์ฟเป็นซาชิมิ เชฟส่วนใหญ่เลือกย่างทั้งเกล็ด ให้เกล็ดตั้งขึ้นเป็นแผ่นกรอบบางๆ ห่อเนื้อขาวที่นุ่มจนเกือบละลายไว้ข้างใน

ชื่อนี้มักทำให้คนสับสน เพราะฟังคล้ายมาได ปลากะพงแดงญี่ปุ่นที่หลายคนคุ้นจากเคาน์เตอร์ซูชิ แต่ทั้งสองเป็นปลาคนละวงศ์ คนละถิ่น และคนละเสน่ห์ YUZU Omakase อยากพาคุณไปรู้จักปลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในโพรงใต้ทะเลลึกตัวนี้ ว่าทำไมมันจึงหายาก และทำไมเชฟญี่ปุ่นจึงยอมทุ่มเทกับมันมากขนาดนี้

ปลาอามาได คืออะไร

ปลาอามาไดคือกลุ่มปลาไทล์ฟิชในสกุล Branchiostegus ที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลรอบญี่ปุ่น ตั้งแต่เกาะฮอนชูลงไปถึงเกาะคิวชู ไปจนถึงทะเลจีนตะวันออก ลักษณะเด่นคือหัวโค้งมนคล้ายหัวม้า ที่มาของชื่ออังกฤษว่า Horsehead tilefish

ปลาอามาไดเป็นปลาเนื้อขาว (ชิโรมิ 白身) ไขมันน้อย รสอ่อนละมุน แต่เนื้อนุ่มและฉ่ำน้ำมากกว่าปลาเนื้อขาวทั่วไป คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ในญี่ปุ่นนิยมนำไปย่างหรือตากแห้งมากกว่ากินดิบ และเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้มันเป็นปลาที่ดูแลยากที่สุดชนิดหนึ่ง

ในเกียวโตและแถบคันไซ ปลาอามาไดมีชื่อเรียกเฉพาะว่ากุจิ (Guji グジ) ปลาที่มาจากแถบวากาซะทางตอนเหนือของเกียวโตเรียกว่าวากาซะกุจิ (Wakasa guji) ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหรูในร้านอาหารเกียวโตดั้งเดิม

อามาได 3 ชนิด: แดง ขาว และเหลือง

ปลาอามาไดที่ญี่ปุ่นเรียกรวมกันมีสามชนิดหลัก แต่ละชนิดอาศัยอยู่ที่ความลึกต่างกัน และได้รับการยกย่องไม่เท่ากัน

ชนิดชื่อวิทยาศาสตร์ขนาดโดยประมาณความลึกที่อาศัยสถานะในครัวญี่ปุ่น
อากะอามาได (アカアマダイ) อามาไดแดงBranchiostegus japonicusราว 40 cm80 ถึง 120 mชนิดที่พบบ่อยที่สุด
ชิโระอามาได (シロアマダイ) อามาไดขาวBranchiostegus albusถึง 60 cm40 ถึง 60 mถือว่าอร่อยที่สุดและล้ำค่าที่สุด
คิอามาได (キアマダイ) อามาไดเหลืองBranchiostegus auratusราว 30 cm200 ถึง 300 mรสด้อยกว่า ไม่ค่อยได้รับความนิยม

ชิโระอามาไดคือปลาที่ญี่ปุ่นยกให้อร่อยที่สุดในบรรดาอามาไดทั้งหมด และตัวใหญ่ที่สุด เมื่อเห็นชื่อชิโระอามาไดบนเมนู จึงหมายความว่าเชฟได้ปลาที่ตลาดญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้เห็นบ่อยนัก

ทำไมปลาอามาไดถึงหายาก

ปลาอามาไดหายากด้วยเหตุผลสามข้อที่เกี่ยวพันกัน ตั้งแต่ใต้ทะเลจนถึงบนเคาน์เตอร์

1. อามาไดใช้ชีวิตอยู่ในโพรงใต้พื้นทราย

ปลาอามาไดขุดโพรงในพื้นทราย โคลน หรือเศษเปลือกหอยใต้ทะเล และใช้โพรงนั้นหลบผู้ล่าและพักในเวลากลางคืน พบได้ที่ความลึกราว 30 ถึง 265 เมตร ปลาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นทะเลลึกแบบนี้จับด้วยวิธีทั่วไปไม่ได้ ชาวประมงต้องใช้เบ็ดราว อวนลากพื้นทะเล หรือการตกเบ็ด

2. ปริมาณที่จับได้ลดลง

ข้อมูลการประมงปลาอากะอามาไดแสดงว่าปริมาณจับลดลงตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ทั้งที่เรือประมงออกจับมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแหล่งปลาต้องการการจัดการ ปลาอามาไดยังไม่ใช่ปลาใกล้สูญพันธุ์ (IUCN จัดอยู่ในกลุ่มที่น่ากังวลน้อยที่สุด) แต่ปลาที่จับยากขึ้นย่อมมาถึงตลาดน้อยลง

3. เนื้อนุ่มที่เสียความสดเร็ว

ความนุ่มฉ่ำที่ทำให้ปลาอามาไดอร่อย คือสิ่งเดียวกับที่ทำให้มันเปราะบาง อามาไดแดงจากวากาซะขึ้นชื่อว่าอร่อย แต่คุณภาพเสื่อมลงได้เร็ว ในเกียวโตจึงมีปลาที่ส่งตรงจากท่าเรือในรูปแบบฮามะชิโอะกุจิ (浜塩ぐじ) คือกุจิที่โรยเกลือตั้งแต่ที่ชายฝั่ง ยิ่งปลาต้องเดินทางไกลเท่าไร การดูแลความเย็นและเวลาก็ยิ่งสำคัญเท่านั้น

Chef’s Insight: ปลาที่เนื้อนุ่มที่สุดมักเป็นปลาที่ให้อภัยความผิดพลาดน้อยที่สุด สำหรับปลาอามาได เชฟไม่ได้ตัดสินแค่ว่าจะปรุงอย่างไร แต่ต้องตัดสินตั้งแต่ว่าปลาตัวนั้นพร้อมพอจะขึ้นเคาน์เตอร์หรือยัง

ปลาอามาได กับ ปลามาได ต่างกันอย่างไร

ปลาอามาไดกับปลามาไดเป็นปลาคนละวงศ์ แม้ชื่อในภาษาญี่ปุ่นจะลงท้ายด้วยคำว่า ได (鯛) เหมือนกัน

 ปลาอามาได (甘鯛)ปลามาได (真鯛)
วงศ์Malacanthidae (ปลาไทล์ฟิช)Sparidae (ปลากะพงแดง)
ชื่อวิทยาศาสตร์Branchiostegus japonicus (ชนิดหลัก)Pagrus major
ถิ่นอาศัยขุดโพรงอยู่ใต้พื้นทรายและโคลนในทะเลลึกว่ายน้ำอิสระในทะเลเปิด
เนื้อสัมผัสนุ่ม ฉ่ำน้ำ ไขมันน้อยแน่นกว่า เด้งกว่า
วิธีกินที่นิยมในญี่ปุ่นย่างทั้งเกล็ด ย่างหมักมิโซะ นึ่งสาเกซาชิมิ นิกิริ

ถ้าคุณเคยกินซากุระได (Sakura Dai) หรือมาไดบนเคาน์เตอร์ซูชิ ความแน่นเด้งนั้นคือเสน่ห์ของมาได ส่วนปลาอามาไดจะให้สิ่งที่ตรงข้าม คือความนุ่มที่แทบไม่ต้องเคี้ยว

ทำไมกินเกล็ดปลาอามาไดได้: อุโรโกะยากิ

ปลาอามาไดเป็นหนึ่งในไม่กี่ปลาที่เชฟญี่ปุ่นตั้งใจเก็บเกล็ดไว้ วิธีนี้เรียกว่าอุโรโกะยากิ (Uroko-yaki 鱗焼き) คือการย่างหรือราดน้ำมันร้อนลงบนหนังปลาที่ยังมีเกล็ดอยู่ จนเกล็ดตั้งขึ้นเป็นแผ่นกรอบ

ผลที่ได้คือคำที่มีสองเนื้อสัมผัสในคำเดียว เกล็ดกรอบเบาเหมือนข้าวเกรียบชิ้นบาง ตัดกับเนื้อขาวที่นุ่มชุ่มอยู่ข้างใต้ ความยากอยู่ที่จังหวะ ความร้อนต้องมากพอให้เกล็ดกรอบ แต่ต้องไม่มากจนเนื้อที่ฉ่ำน้ำอยู่แล้วแห้งไป

นอกจากอุโรโกะยากิ ครัวญี่ปุ่นยังปรุงปลาอามาไดอีกหลายแบบ เช่น วากาซะยากิ (若狭焼き) การย่างทาซอส ไซเคียวยากิ (西京焼き) การย่างหลังหมักมิโซะขาว คาซึซึเกะ (粕漬け) การหมักกากสาเก และซากะมูชิ (酒蒸し) การนึ่งด้วยสาเก

ปลาอามาไดในมื้อโอมากาเสะ

ในมื้อโอมากาเสะ ปลาอามาไดเหมาะกับคอร์สที่ผ่านความร้อนมากกว่า เพราะเนื้อที่นุ่มและฉ่ำน้ำของมันจะแสดงตัวตนได้ชัดที่สุดเมื่อได้ความร้อนที่พอดี จานย่างทั้งเกล็ดจึงเป็นเหมือนจังหวะเปลี่ยนผ่าน จากความเย็นของปลาดิบไปสู่ความอุ่นและกลิ่นหอมจากการย่าง

การตัดสินใจของเชฟอยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ ว่าจะโรยเกลือก่อนนานแค่ไหนเพื่อดึงน้ำส่วนเกินออก ว่าจะย่างเกล็ดด้วยความร้อนเท่าไร และจะเสิร์ฟกับอะไรเพื่อไม่ให้กลบรสที่อ่อนละมุน

ที่ YUZU Omakase เคาน์เตอร์ในสยามสแควร์ที่ให้ฤดูกาลเป็นผู้กำหนดเมนู ปลาที่เปราะบางอย่างอามาได

ปลาอามาไดกินช่วงไหนอร่อยที่สุด

ปลาอามาไดอร่อยที่สุดในฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ช่วงที่ปลามีไขมันพอดีที่สุด ในเกียวโตเรียกปลาอามาไดฤดูนี้ว่าคันกุจิ (Kan-guji 寒ぐじ) หรือกุจิแห่งฤดูหนาว ช่วงเวลาที่แน่นอนอาจต่างกันไปตามแหล่งและปีที่จับ เชฟจึงเลือกจากตัวปลาที่อยู่ตรงหน้า มากกว่าจากวันที่บนปฏิทิน

Chef’s Insight: ฤดูกาลบอกได้ว่าควรมองหาปลาอะไร แต่บอกไม่ได้ว่าปลาตัวไหนดี สิ่งที่เชฟดูคือความใสของตา ความแน่นของเนื้อเมื่อกด และกลิ่นที่ต้องสะอาดเหมือนทะเล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ปลาอามาได คือปลาอะไร

ปลาอามาได (Amadai 甘鯛) คือปลาไทล์ฟิชญี่ปุ่นในวงศ์ Malacanthidae ชนิดหลักคืออากะอามาได (Branchiostegus japonicus) เป็นปลาเนื้อขาวไขมันน้อย เนื้อนุ่มฉ่ำ อาศัยอยู่ในโพรงใต้พื้นทรายในทะเลลึกรอบญี่ปุ่น ในเกียวโตเรียกว่ากุจิ

Q. ทำไมปลาอามาไดถึงแพง

ปลาอามาไดแพงเพราะจับยาก อาศัยอยู่ในโพรงใต้ทะเลลึกและต้องจับด้วยเบ็ดราวหรืออวนลาก ปริมาณจับลดลงตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และเนื้อที่นุ่มฉ่ำเสียความสดเร็ว ต้องขนส่งด้วยความเย็นที่ไม่ขาดตอน ในญี่ปุ่นจึงถือเป็นวัตถุดิบชั้นสูง

Q. ปลาอามาไดกับปลามาไดต่างกันอย่างไร

ปลาอามาไดกับปลามาไดเป็นปลาคนละวงศ์ อามาไดเป็นปลาไทล์ฟิช (Malacanthidae) เนื้อนุ่มฉ่ำ นิยมย่างทั้งเกล็ด ส่วนมาไดคือปลากะพงแดงญี่ปุ่น (Sparidae, Pagrus major) เนื้อแน่นเด้ง นิยมกินเป็นซาชิมิและนิกิริ

Q. กินเกล็ดปลาอามาไดได้ไหม

กินเกล็ดปลาอามาไดได้ เมื่อปรุงแบบอุโรโกะยากิ (鱗焼き) คือการย่างหรือราดน้ำมันร้อนบนหนังที่ยังมีเกล็ด จนเกล็ดตั้งขึ้นเป็นแผ่นกรอบ ได้เนื้อสัมผัสกรอบตัดกับเนื้อขาวที่นุ่มอยู่ข้างใต้

Q. ปลาอามาไดกินช่วงไหนอร่อยที่สุด

ปลาอามาไดอร่อยที่สุดในฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งปลามีไขมันพอดี ในเกียวโตเรียกปลาฤดูนี้ว่าคันกุจิ (寒ぐじ)


ปลาบางตัวเผยเสน่ห์ทันทีที่มีดแตะ แต่ปลาอามาไดขอเวลามากกว่านั้น ขอเกลือที่พอดี ความร้อนที่แม่นยำ และความอดทนของคนที่รู้ว่าความนุ่มแบบนี้เสียไปได้ง่ายเพียงใด เมื่อได้ลองเกล็ดกรอบคำนั้นสักครั้ง คุณจะเข้าใจว่าทำไมปลาที่แทบไม่มีใครกินดิบ จึงเป็นปลาที่ญี่ปุ่นยกย่องมากที่สุดตัวหนึ่ง

สำรองที่นั่งที่เคาน์เตอร์ YUZU Omakase สยามสแควร์ ได้ที่ https://www.yuzuomakase.com/th/booking/

Website: https://www.yuzuomakase.com/
Tel: 0638988989

เเชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เเชร์

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า