yuzu-blog-thumbnail

ศิลปะบนเตาถ่าน: ทำไมไข่หวานร้านโอมากาเสะ ถึงแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

————————… Continue reading ศิลปะบนเตาถ่าน: ทำไมไข่หวานร้านโอมากาเสะ ถึงแตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

Ingredients 2026 ม.ค. 27

  • เนื้อสัมผัสที่ต่างขั้ว: ร้านทั่วไปมักเป็น "ไข่ม้วน" เนื้อแน่นเด้งรสหวานนำ ส่วนโอมากาเสะมักเป็น "ไข่หวานเนื้อเค้ก" (Tamago Date) ที่นุ่มละมุนเหมือนพุดดิ้งหรือคัสตาร์ด
  • วัตถุดิบและกรรมวิธี: ร้านโอมากาเสะใช้การผสม "เนื้อกุ้งหรือปลาบด" และใช้เวลาปรุงด้วยไฟอ่อนนานนับชั่วโมง ต่างจากร้านทั่วไปที่เน้นไข่ไก่ ซุปดาชิ และปรุงสุกไวบนกระทะเหลี่ยม
  • บทบาทบนโต๊ะอาหาร: ในร้านทั่วไปไข่หวานคือเมนูทานเล่นหรือหน้าซูชิปกติ แต่ในโอมากาเสะ มันคือ "ของหวานปิดท้าย" (The Grand Finale) ที่โชว์ลายเซ็นของเชฟ

---------------------------------------------------------------------

ถ้าพูดถึง ‘ไข่หวาน’ หรือ ‘ทามาโกะยากิ’ (Tamakoyaki) ไข่เจียวญี่ปุ่นสีเหลืองนวลม้วนเป็นชั้น ๆ มีรสหวานนำ เค็มตาม กินง่าย หลายคนอาจคุ้นเคยเมนูนี้ในเบนโตะหรือซูชิหน้าไข่หวาน แต่ในโลกของโอมากาเสะ ไข่หวาน เป็นมากกว่าเครื่องเคียงทั่วไป ภายใต้รูปลักษณ์ที่หลายคนคุ้นตา กลับซ่อนมิติของรสชาติและเนื้อสัมผัสไว้อย่างลุ่มลึก ถึงขนาดที่เชฟชาวญี่ปุ่นบางคนเชื่อว่า “ถ้าอยากรู้ว่าเชฟฝีมือดีแค่ไหน ให้ลองชิมไข่หวาน” แล้วไข่หวานในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปแตกต่างจากที่เสิร์ฟในโอมากาเสะอย่างไร Yuzu Omakase ชวนคุณมาทำความรู้จักเมนูที่แสนธรรมดา แต่กลับพิเศษยิ่งกว่าเมื่อเสิร์ฟในร้านโอมากาเสะ

ไข่หวานญี่ปุ่น คืออะไร

ไข่หวาน หรือ ทามาโกะยากิ’ (Tamagoyaki) คือไข่เจียวสไตล์ญี่ปุ่น ปรุงรสให้หวานนิดเค็มหน่อย อร่อยด้วยความฉ่ำของซุปดาชิที่แทรกอยู่ภายใน นำไปทอดลงบนกะทะ Makiyakinabe และม้วนเป็นชั้น ๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีคำ ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ‘ไข่ม้วน’ ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มแน่นและเป็นเมนูทำง่าย ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมกินเป็นอาหารเช้า เป็นเครื่องเคียงเบนโตะ หรือซูชิหน้าไข่หวาน ให้ความรู้สึกเหมือนกับข้าวฝีมือแม่ที่กินเมื่อไหร่ก็มีความสุข และเป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

วิธีทำ ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น

ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณอยากลองทำ ‘ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น’ ด้วยตัวเอง เพียงทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ก็ได้ไข่หวานรสชาติอร่อยถูกใจและทำกินเองได้ทุกวัน นั่นคือ

  • เตรียมวัตถุดิบ: ไข่ไก่ 3-4 ฟอง, น้ำตาล 1-2 ช้อนโต๊ะ. โชยุ 1-2 ช้อนชา, มิริน 1 ช้อนชา, เกลือ (ปริมาณเล็กน้อย) และน้ำซุปดาชิ หรือน้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะ (ให้ไข่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ)
  • ตีส่วนผสมให้เข้ากัน: ผสมไข่ไก่กับเครื่องปรุงทั้งหมดลงในถ้วย จากนั้นตีให้เข้ากันแล้วกรองผ่านตะแกรงอีกครั้ง ให้เนื้อเนียนละเอียด ปราศจากฟองอากาศ
  • วอร์มกะทะให้อุ่น: ตั้งกระทะ Makiyakinabe ใช้ไฟกลาง (อุณหภูมิประมาณ 160-180°C) ทาน้ำมันบาง ๆ ให้ทั่ว
  • เทไข่ชั้นแรกลงไป: เทไข่ลงไปประมาณ 1/3 ของส่วนผสมทั้งหมด จากนั้นกลิ้งให้ทั่วกระทะ พอไข่เริ่มเซตตัว แต่ยังมีความฉ่ำวาวด้านบน ให้ค่อย ๆ ม้วนไข่จากด้านนอกเข้าหาตัว
  • ม้วนเลเยอร์: ทาน้ำมันเล็กน้อย ค่อย ๆ เทไข่ส่วนที่เหลือลงไป ยกไข่ม้วน (ส่วนแรก) ขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ไข่ใหม่ไหลเข้าไปประสานกับไข่ม้วนชั้นแรก จากนั้นม้วนทับเป็นชั้น ๆ จนกว่าไข่จะหมด ใช้ตะหลิวกดจัดทรงให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสวยงาม
  • หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ: นำไข่ม้วนออกมาพักบนเสื่อไม้ไผ่ (Makisu) หรือกระดาษซับมัน เมื่อไข่เย็นลงเล็กน้อยใช้มีดคม ๆ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และตกแต่งให้สวยงาม

** Good to know: การรักษาความร้อนที่ 160-180°C คือหัวใจสำคัญของไข่หวาน เพราะจะทำให้ไข่สุกนุ่มพอดี ไม่ไหม้จนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และช่วยให้เนื้อไข่เกาะตัวกันแน่น แต่ยังคงความยืดหยุ่นไม่ฉีกขาดขณะม้วนนั่นเอง

ไข่หวาน ในร้านโอมากาเสะ

ลืมภาพไข่ม้วนเป็นชั้น ๆ เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป หรือเมนูที่ทำง่าย ๆ ในบ้านไปก่อน เพราะไข่หวานในร้านโอมากาเสะเปรียบเหมือนหนึ่งใน ‘นักแสดงนำ’ ประจำคอร์สโอมากาเสะ เชฟมักจะทำเป็นเมนูพิเศษที่ดูคล้ายเค้กไข่ไร้แป้ง (Sponge Cake) ด้วยการนำไข่ไก่ไปผสมกับเนื้อกุ้งสับละเอียดหรือปลาเนื้อขาว (Yamadimo) ปรุงรสด้วยเหล้ามิรินและน้ำตาลเล็กน้อย ทอดให้สีเหลืองนวลสวย เนื้อสัมผัสนุ่มฟูราวกับละลายในปากและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็นเมนูที่ตัดสินกันที่ความละเอียดของเนื้อสัมผัสและรสชาติ

ความแตกต่างระหว่าง ไข่หวานทั่วไป’ VS ‘ไข่หวานร้านโอมากาเสะ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไข่หวานที่เสิร์ฟในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป VS ไข่หวานที่เสิร์ฟในร้านโอมากาเสะต่างกันอย่างไร จริง ๆ แล้วเมนูนี้แตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเราสามารถแบ่งความแตกต่างได้ 3 ประการหลัก นั่นคือ

  • คุณภาพวัตถุดิบ: ในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป มักใช้น้ำซุปจากปลาโบนิโตะสำเร็จรูปผสมกับไข่ไก่ ใส่กุ้งหรือเห็ดกระป๋องลงไปเล็กน้อย แต่ที่ร้านโอมากาเสะเชฟจะคัดสรรไข่ไก่พันธุ์พิเศษจากฟาร์มออร์แกนิก ผสมกับน้ำซุปดาชิตุ๋นจากปลาคอดสดใหม่หรือสาหร่ายทะเล บางร้านอาจผสมทรัฟเฟิลขูดฝอย เหล้ามิริน หรือเนื้อปูหิมะลงไป ให้รสชาติมีมิติที่ลึกซึ้งมากขึ้น
  • เทคนิคการปรุง: การทำไข่หวานในร้านโอมากาเสะ (มักเรียกว่า Tamago Bakidai หรือ Castella Style) แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนละเมนูกับไข่ม้วนชั้น ๆ ที่เราคุ้นเคยในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปเลยล่ะ เพราะไข่หวานร้านโอมากาเสะต้องมอบเนื้อสัมผัสเหมือนเค้กสปันจ์ (Sponge Cake) ที่ทั้งนุ่มและเด้ง เชฟจึงต้องใช้ความพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดสรรไข่ไก่เกรดพรีเมียม วัตถุดิบที่เสริมรสชาติซึ่งกันและกัน เทคนิคการตีไข่เฉพาะตัว การควบคุมเตาถ่าน จนถึงการพักให้เซ็ตตัว
  • ประสบการณ์: ไข่หวานเป็นเหมือนเครื่องเคียงระหว่างรออาหารจานหลักในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่สำหรับโอมากาเสะ ไข่หวานอาจเสิร์ฟเป็นจานแรกคู่กับ topping ระดับพรีเมียม เช่น ซอสยูสุระดับพรีเมียมที่เชฟคิดค้นขึ้นเอง หรือเสิร์ฟเป็นจานสุดท้ายก่อนเข้าสู่ของหวาน กินแล้วรู้สึกสดชื่น หรูหรา และมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

ทำไมไข่หวานเป็นเมนูปิดท้าย

ตามธรรมเนียมของโอมากาเสะ ไข่หวานเปรียบเสมือน บทกวีส่งท้าย ที่เชฟมอบให้กับลูกค้า เป็นการบอกว่าคอร์สอาหารคาวได้สิ้นสุดลงแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของ ‘ของหวาน’ ความหวานนุ่มของไข่จะช่วยล้างรสชาติคาวของปลา และปรับสมดุลลิ้นให้พร้อมรับความสดชื่นปิดท้ายนั่นเอง

หากคุณอยากลิ้มลอง ไข่หวาน ที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร Yuzu Omakase ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง ไปจนถึงเทคนิคการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มดุจคัสตาร์ด พร้อมกลิ่นหอมละมุนไม่ซ้ำใคร ปิดท้ายมื้ออาหารของคุณให้สมบูรณ์แบบ ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า แต่คือการเสพงานศิลป์ผ่านรสชาติที่ Yuzu Omakase Course สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม 063 898 8989

เเชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เเชร์